ราคาทองคำวันนี้ ปรับ 17 ครั้ง ปิดเพิ่มขึ้นเหลือ 100 บาท ต่างประเทศผันผวนหนัก
ราคาทองคำวันนี้ ผันผวนหนักปรับ 17 ครั้ง ปิดตลาดเพิ่มขึ้นเหลือ 100 บาท หลังทองต่างประเทศพุ่งแรงกว่า 70 ดอลาร์ ทำจุดสูงสุดใหม่ ก่อนร่วงลงมาเท่าเดิมในช่วงบ่าย ได้แรงหนุนจากคาดการณ์ เฟด จะลดดอกเบี้ยปีหน้า 67 และสงครามอิสราเอลกับฮามาส เริ่มขยายวงกว้าง
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองคำในประเทศวันนี้ (4 ธ.ค.66) ตลอดวันปรับ 17 ครั้ง ก่อนปิดตลาดเพิ่มขึ้นเหลือ 100 บาท โดยในต่างประเทศผันผวนพุ่งกว่า 70 ดอลลาร์ ทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ ก่อนลดลงมาเท่ากับราคาปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่เงินบาทอ่อนลงเล็กน้อย
- ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 34,100.00 บาท/บาททองคำ และขายออก 34,200.00 บาท/บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 33,488.44 บาท/บาททองคำ และขายออก 34,700.00 บาท/บาททองคำ
ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 2,067 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 34.97 บาท/ดอลลาร์
ทองคำต่างประเทศ ช่วงเช้าที่ผ่านมาเปิดตลาดพุ่งทะยานกว่า 3% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะถูกแรงเทขายกลับลงมาเท่าราคาปิดเมื่อสัปดาห์ก่อน
โดยทองคำสปอตไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 2,071.9 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังช่วงเช้าพุ่งแตะ 2,144.64 ดอลาร์ต่อออนซ์ และทองคำฟิวเจอร์สหรัฐฯ ปรับขึ้น 0.15 % อยู่ที่ 2,092.9 ดอลลาร์ ซึ่งช่วงเช้าแตะขึ้นไปถึง 2,152.3 ดอลลลาร์
ทั้งนี้ทองคำได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ หรือ บอนด์ยีลด์ ที่ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด จะจบรอบปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้66 และปรับลดลงในปีหน้า 67 แต่ล่าสุดดอลลาร์กลับมาแข็งค่าเล็กน้อย โดยดัชนีเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.08% ส่งผลให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ๆ
ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ฟื้นตัวเพิ่มขึ้น 1.19%
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาส ที่สถานการณ์เริ่มบานปลายขยายวงกล่าวออกนอกประเทศมากขึ้น
นักวิเคราะห์ชี้ระวังทองคำมีแรงเทขายหลังพุ่งนิวไฮ แนะไม่ควรไล่ราคา
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำได้ไต่ขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 2,144 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หลังจากที่สามารถยืนเหนือ 2,070 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้ โดยเป็นการปรับขึ้นจากปัจจัยการผ่อนคลายความกังวลเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ได้ผ่านจุดสูงสุดของวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว หลังจากการประชุมเมื่อปลายเดือน พ.ย. เฟด มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ และเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้ง นับตั้งแต่ที่เริ่มเข้าสู่นโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. 2565 ด้วยเหตุนี้ทองคำจึงปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่อง จากการคาดการณ์ของตลาดที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นเดือนมีนาคม ทั้งนี้จากข้อมูลของ CME FedWatch Tool รายงานว่าล่าสุดพบการสำรวจของตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 50% ไปในทิศทางว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นกว่าคาดการณ์ช่วงก่อนหน้า เป็นช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 และในช่วงนั้นราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นอีกครั้ง
แม้หลังการพุ่งขึ้นไปทำราคาสูงเป็นประวัติการณ์แล้ว ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงมาบ้างจากแรงขายทำกำไร แต่ความต้องการซื้อทองคำยังแข็งแกร่ง ทำให้ทองคำยืนเหนือ 2,070 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งแสดงถึงสัญญาณที่ดี
อย่างไรก็ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำช่วงนี้ วายแอลจีแนะนำ ไม่ควรไล่ราคาให้รอจังหวะที่ 2,070-2,050 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 2,120-2,144 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นแนวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ต้องรอการทดสอบอีกครั้ง
ส่วนราคาทองคำในประเทศ ความบริสุทธิ์ 96.50% แนะนำโซนแนวรับ 34,200-33,850 บาทต่อบาททองคำ สำหรับแนวต้านมองที่โซน 35,000-35,400 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณด้วยค่าเงินบาท 34.85 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 4 ธ.ค. 2566 เวลา 10.00น.)
สพฐ.ประกาศวันหยุด 4 - 8 ธ.ค. เพื่อให้นักเรียนเตรียมสอบ TGAT - TPAT
เน็ตไอดอลสาวร้องคลินิกเผายาหน้าท้อง ทำไฟลุกท่วมตัว!
ม.แม่ฟ้าหลวง ร่อนแถลงการณ์ แจงปมยื่นฟ้อง “ดร.เค็ง”
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB